หมู่เกาะแฟโร ดินแดนแห่งสวรรค์

Spread the love

มีใครเคยได้ยินชื่อของ หมู่เกาะแฟโร กันบ้างหรือไม่ สาวๆ หลายคนอาจอยากไปที่นี่เพราะเพิ่งมีข่าวออกมาว่า ที่นี่เกิดสภาวะขาดแคลนผู้หญิง และสาวไทยคือหนึ่งในประเทศที่หนุ่มๆต้องการอีกด้วย .. เพราะฉะนั้นเราจะพาไปทำความรู้จัก หมู่เกาะแฟโร ให้มากขึ้นกันครับ ตามมาๆ

หมู่เกาะแฟโร เป็นประเทศในกลุ่มเกาะจำนวน 18 เกาะ ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างสกอตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ หมู่เกาะแฟโรเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 โดยมีสถานภาพเหมือนกับกรีนแลนด์ มีอำนาจในการปกครองตนเองทุกด้าน ยกเว้นด้านการต่างประเทศและการทหาร ไม่มีกองทัพป้องกันตนเอง มีแต่เพียงหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งเท่านั้น

หมู่เกาะแฟโร มีพื้นที่ประมาณ 1,399 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลยาวรวม 1,117 กิโลเมตร ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศใดๆ ในบรรดา 18 เกาะ มีเกาะเดียวของหมู่เกาะแฟโรที่ไม่มีคนอาศัยอยู่คือเกาะ Lítla Dímun

หมู่เกาะแฟโร มีความหมายว่า “เกาะแห่งแกะ” มีภาษาของตัวเองคือ “ภาษาแฟโร” แต่ภาษาราชการจะใช้เดนมาร์กควบด้วย มีสกุลเงินเป็นของตัวเองคือ “โครนาแฟโร” และมีเมืองหลวงคือเมือง “ทอร์สเฮาน์” มีระบอบกษัตริย์ และมีนายกรัฐมนตรีบริหารกิจการบ้านเมือง

เนื่องด้วยภูมิประเทศที่แตกต่าง ทำให้ หมู่เกาะแฟโรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงาม หากดูภาพรวมจะพบว่าในแต่ละเกาะมีทั้งหุบเขา หน้าผาสูงชันทั้งที่ดิ่งลงทะเล และลาดเอียงเป็นแนวเนิน จะพบว่าประชาชนทั่วไปจะสร้างอาคารที่พักอาศัยตามริมน้ำ มีอาชีพหลักเป็นประมง และตามเนินทุ่งหญ้าก็มีไว้ทำปศุสัตว์ที่เลื่องชื่อก็คือการเลี้ยงแกะนั่นเอง

ในอดีตแกะเปรียบเสมือนทองคำของกลุ่มชาวแฟโร เพราะชาวแฟโรใช้ประโยชน์จากขนแกะอย่างมากมาย ขนแกะสามารถปกป้องพวกเขาได้จากทั้งแรงลมทะเล และป้องกันความหนาวเย็นในฤดูหนาวอันแสนจะหรรษาจากลมขั้วโลกเหนือที่พัดลงมา และนี่เองที่เป็นที่มาของชื่อหมู่เกาะแฟโร ที่แปลว่า “เกาะแห่งแกะ” นั่นเอง

ที่พักอาศัยของชาวแฟโรจะมีสีสันสดใส หากไปในช่วงฤดูร้อนที่ทุ่งหญ้าเขียวขจีแล้ว เหมือนว่าหลุดเข้าไปอยู่ในภาพเขียนเก็ไม่ปาน เห็นสีสันสวยสดงดงามแบบนี้ กว่าจะเป็นบ้านแต่ละหลังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะ การเดินทางขนส่งอุปกรณ์ต่างๆ ก็ต้องขนมาทางเรือ หรือหาจะเดินทางหากันเองระหว่างหมู่บ้านภายในเกาะ บางทีก็จะต้องผ่านหุบเหวสูงชัน เรียกว่ากว่าจะติดต่อไปมาหาสู่กันได้ลำบากใช่เล่น แต่ดูเหมือนเป็นเสน่ห์ ที่เหล่านักผจญภัยต่างอยากสัมผัสที่นี่กัน…